ฝากประชาสัมพันธ์

ฝากประชาสัมพันธ์

ข่าวงานราชการเปิดสอบ 2562-2563

ค้นหา

ติดตามข่าวงานราชการที่นี่งานมากที่สุด

  Youtube: iqepin LINE it! เพิ่มเพื่อน  

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมัครงาน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมัครงาน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2557

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น บัดนี้ - มติ ก.กลาง เห็นชอบเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว อปท.

"กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น"

ลิงค์: http://iqepi.com/19613/ หรือ
เรื่อง: มติ ก.กลาง เห็นชอบเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว อปท.
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
---


จากการประชุม ก กลาง เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 ณ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น



กำหนดการให้ข้าราชการ/พนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้าง และพนักงานจ้าง อปท.ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวตามมติครม.ประยุทธ์ เมื่อวันที่ 18 พย.2557 ทุกประการ



- ให้ข้าราชการ ลูกจ้าง ที่กำหนดคุณสมบัติต่ำกว่า ป ตรี ที่มีเงินเดือนไม่ถึง 13,285 บาท (เดิม 12,285) ให้ได้รับค่าครองชีพเดือนละ 2,000 บาท(เดิม1,500) แต่เมื่อรวมกับเงินเดือนแล้วจะต้องไม่เกิน 13,285 บาท



- ให้บุคคลตามข้อ 1 ที่ได้รับเงินเดือนไม่ถึง10,000 บาท(เดิม 9,000 บาท) ให้ได้รับ 10,000 บาท



- ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 เป็นต้นมา





ของแถม » หลักเกณฑ์การให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้าง และพนักงานจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว พ.ศ.๒๕๕๕



ส่งตามหนังสือสำนักงาน ก.จ.,ก.ท. และ ก.อบต. ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๐๙.๓/ว.๑๒๕๙ ลงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕



๑.ให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างตามภารกิจ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้รับเงินเดือน หรือค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนไม่ถึงเดือนละ ๑๒,๒๘๕ บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเดือนละ ๑,๕๐๐ บาท แต่เมื่อรวมกับเงินเดือนหรือค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนแล้วต้องไม่เกินเดือนละ ๑๒,๒๘๕ บาท
กรณีจำนวนเงินที่ได้รับตามวรรคหนึ่งรวมกันแล้วไม่ถึงเดือนละ ๘,๖๑๐ บาท ให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างตามภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นได้รับเงินเพิ่มค่า ครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากเงินเดือนหรือค่าจ้างหรือค่าตอบแทนอีกจนถึง เดือนละ ๘,๖๑๐ บาท
สำหรับพนักงานจ้างทั่วไปขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวเดือนละ ๑,๕๐๐ บาท โดยให้ถือปฏิบัติตามนัยหนังสือสำนักงาน ก.จ.,ก.ท. และ ก.อบต.ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๐๙.๓/ว ๑๑๕ ลงวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑
ทั้งนี้ข้อ ๑. ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๔ – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔



๒.ในกรณีที่ตำแหน่งของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ พนักงานจ้างตามภารกิจ และพนักงานทั่วไปขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ ก.จ.,ก.ท. และ ก.อบต. ได้กำหนดให้คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งนั้นต้องใช้วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ขึ้นไป ให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ พนักงานจ้างตามภารกิจ และพนักงานจ้างทั่วไปขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งบรรจุหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวที่มีเงินเดือน หรือค่าจ้างหรือค่าตอบแทนไม่ถึงเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากเงินเดือน หรือค่าจ้างหรือค่าตอบแทนอีกจนถึงเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท



๓.ในกรณีที่ตำแหน่งของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างตามภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ ก.จ.,ก.ท. และ ก.อบต.ได้กำหนดให้คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งนั้น ต้องใช้วุฒิการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างตามภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งบรรจุและแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวมีเงินเดือนหรือเงินค่าจ้างหรือเงินค่าตอบแทนไม่ถึง เดือนละ ๑๒,๒๘๕ บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวเดือนละ ๑,๕๐๐ บาท แต่เมื่อรวมกับเงินเดือน หรือค่าจ้างหรือค่าตอบแทนแล้ว ต้องไม่เกินเดือนละ ๑๒,๒๘๕ บาท



๔.ในกรณีที่ตำแหน่งพนักงานจ้างทั่วไปขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ ก.จ.,ก.ท. และ ก.อบต.ได้กำหนดให้คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งนั้นใช้วุฒิการศึกษาระดับต่ำกว่า ปริญญาตรี ให้พนักงานจ้างทั่วไปซึ่งบรรจุหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวที่มีค่า ตอบแทนไม่ถึงเดือนละ ๙,๐๐๐ บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากค่าตอบแทนอีกจนถึงเดือนละ ๙,๐๐๐ บาท
ทั้งนี้ข้อ ๒ - ๔ ให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ เป็นต้นไป



* ๕.กรณีข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น และลูกจ้างประจำ ซึ่งได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างถึงขั้นสูงของอันดับและค่ารับค่าตอบแทนพิเศษ (ร้อยละ ๒-๔-๖) ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนพิเศษของข้าราชการ และลูกจ้างผู้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างถึงขั้นสูงหรือใกล้ถึงขั้นสูงของ อันดับหรือตำแหน่ง พ.ศ.๒๕๕๐ เงินค่าตอบแทนพิเศษ (ร้อยละ ๒-๔-๖-๘) ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนนอกเหนือจากเงิน เดือนของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ.๒๕๔๗ และกรณีพนักงานจ้างตามภารกิจที่ได้รับค่าตอบแทนเพิ่ม (ร้อยละ ๓-๕) ตามการพิจารณาการเลื่อนขั้นประจำปี เมื่อรวมเงินค่าตอบแทนพิเศษดังกล่าวกับเงินเดือนหรือ ค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนแล้ว หากมีจำนวนเงินหรือค่าจ้างหรือค่าตอบแทนยังไม่ถึงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างตามภารกิจได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวตามหลักเกณฑ์ใน ข้อ ๑ ข้อ ๒ หรือข้อ ๓ แล้วแต่กรณี



๖.การเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว ซึ่งมิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงิน เดือนข้าราชการหรือลูกจ้างประจำ แล้วแต่กรณีโดยอนุโลม



๗.ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกคำสั่งให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้อง ถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มค่า ครองชีพชั่วคราวตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยให้มีการตรวจสอบและปรับปรุงคำสั่งให้ถูกต้องและสอดคล้องกับอัตราเงิน เดือน ค่าจ้าง และค่าตอบแทนที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เช่น การเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี การปรับอัตราเงินเดือนตามวุฒิ การเลื่อนระดับหรือตำแหน่ง เป็นต้น แล้วจัดส่งสำเนาคำสั่งให้จังหวัดเพื่อตรวจสอบจำนวน ๑ ชุด โดยไม่ต้องส่งให้สำนักงาน ก.จ., ก.ท. และ ก.อบต.



หนังสือสั่งการ หนังสือสำนักงาน ก.จ.,ก.ท. และ ก.อบต. ด่วนที่สุด ที่ มท๐๘๐๙.๓/ว.๑๒๕๙ ลงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕



ดาวน์โหลดหลักเกณฑ์เพิ่มเงินค่าครองชีพชั่วคราว


วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2557

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น บัดนี้ - กกถ.ไฟเขียว เมืองพิเศษ แหลมฉบัง-สมุย-แม่สอด

"กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น บัดนี้ -  กกถ.ไฟเขียว เมืองพิเศษ แหลมฉบัง-สมุย-แม่สอด"

ลิงค์: http://iqepi.com/?p=15901 หรือ
เรื่อง: กกถ.ไฟเขียว เมืองพิเศษ แหลมฉบัง-สมุย-แม่สอด
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 ตุลาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ก.ก.ถ.) ครั้งที่ 2/2557 ที่ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี อาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (หลังใหม่) ชั้น 2 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีคณะผู้บริหารจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะผู้บริหารจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้าร่วมประชุม



"ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบให้มีการจัดตั้ง อปท.รูปแบบพิเศษตามข้อเสนอของ ก.ก.ถ. โดยมอบหมายและเร่งรัดให้กระทรวงมหาดไทยรีบดำเนินการนำร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการนครแม่สอด พ.ศ. ....ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเกาะสมุย พ.ศ. .... และร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแหลมฉบัง พ.ศ. .... เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาโดยเร็ว" นายวิษณุกล่าว และว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เร่งรัดในเรื่องดังกล่าวเสมอ เพราะเห็นว่าหากนำร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 3 เรื่องเข้าที่ประชุม ครม.พิจารณาโดยเร็วจะส่งผลให้เศรษฐกิจการค้าของประเทศมีความคล่องตัวและเป็นประโยชน์กับประชาชนในด้านการค้าและการลงทุน ตลอดจนเพิ่มระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในท้องถิ่นอีกด้วย



นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า มีความยินดีที่รัฐบาลจะผลักดันเกาะสมุยเป็นรูปแบบเมืองพิเศษ เพราะท้องถิ่นและประชาชนมีแต่ได้ ไม่มีส่วนเสียหาย โดยเรื่องนี้ได้มีการศึกษาและประชุมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่มานานกว่า 10 ปี มีกรอบรูปแบบไว้แล้ว สามารถดำเนินการได้เลย ชาวเกาะสมุยขานรับอย่างเต็มที่และติดตามกันตลอด



"เรื่องเคยผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ และเตรียมเข้าสู่ที่ประชุม ครม. พร้อมกับแม่สอด จ.ตาก และแหลมฉบัง จ.ชลบุรี แต่หลุดไปอย่างน่าเสียดายและเสียโอกาส" นายรามเนตรกล่าว และว่า สิ่งที่ประชาชนในพื้นที่อยากเห็นคือ รูปแบบการบริหารแบบกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นปกครองตนเองเต็มรูปแบบ ไม่ใช่แบบมาจากเลือกตั้งร้อยละ 50 และแต่งตั้งร้อยละ 50 เพราะผิดหลักกระจายอำนาจ และหลายฝ่ายห่วงว่ากระทรวงมหาดไทยจะดึงอำนาจกลับให้ไปอยู่ใต้ปกครองตามเดิมอีก ซึ่งจะเป็นการถอยหลังเข้าคลอง



นายเสนีย์ ภูวเศรษฐถาวร นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่า การยกฐานะเมืองพิเศษเกาะสมุยสามารถดำเนินการได้เลย เพราะประชาชนและผู้ประกอบการเห็นด้วยมาตั้งแต่ต้นแล้ว ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่และรองรับการพัฒนาได้รวดเร็วอย่างทั่วถึง



นายบุญเลิศ น้อมศิลป์ ประธานที่ปรึกษาเทศบาลนครแหลมฉบัง และอดีตนายกเทศมนตรีตำบลแหลมฉบัง กล่าวว่า สมัยที่เป็นนายกเทศมนตรีได้พยายามเรียกร้องให้แหลมฉบังเป็นเมืองพิเศษ แต่กระทรวงมหาดไทยขอร้องให้เป็นเทศบาลนครไปก่อน การที่พยายามเรียกร้องให้เป็นเมืองพิเศษ เนื่องจากในพื้นที่ประกอบไปด้วยท่าเรือแหลมฉบัง มีเรือต่างประเทศเข้ามาเดือนละ 500-600 ลำ มีตู้คอนเทนเนอร์ขนสินค้าที่จะต้องขนย้ายปีละไม่น้อยกว่า 6 ล้านตู้ รวมทั้งมีนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่ในพื้นที่ มีโรงงานกว่า 130 แห่ง นอกจากนี้ยังมีบริษัทต่างๆ ในเครือสหพัฒน์กว่า 80 บริษัท และโรงกลั่นเอสโซ่ ปตท. รวมทั้งไทยออยล์ ทำรายได้ให้กับประเทศปีละไม่น้อยกว่า 2 แสนล้านบาท



"หากมองไปในประเทศต่างๆ จะเห็นว่าเมืองที่มีท่าเรือจะโตเป็นอันดับ 2 ของเมืองหลวง จะมีการยกฐานะเป็นเมืองพิเศษ เหมือนกับพัทยาหรือ กทม. ขณะนี้เมืองแหลมฉบังโตมาก สร้างรายได้ให้กับรัฐบาลมากมายมหาศาล สมควรแล้วที่จะได้รับการยกฐานะเป็นเมืองพิเศษ" นายบุญเลิศกล่าว



ที่มา: มติชนออนไลน์

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น บัดนี้ - ส่อยุบ อบจ.-อบต.

"กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น บัดนี้ -  ส่อยุบ อบจ.-อบต."

ลิงค์: http://iqepi.com/?p=15817 หรือ
เรื่อง: ส่อยุบ อบจ.-อบต.
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**


ผนวก"อบจ.-เทศบาลเมือง"ยกเป็น"เทศบาลจังหวัด" ปฏิรูปท้องถิ่นคงเหลือเทศบาลอำเภอ-เทศบาลตำบล



คสช.ถก "มหาดไทย" ส่อยกเลิก "องค์การบริหารส่วนจังหวัด" ผนวก อบจ.เข้ากับเทศบาลเมือง ยกเป็น "เทศบาลจังหวัด" แทน สมาชิกมาจากทั้งเลือกตั้ง-แต่งตั้ง สัดส่วนเท่ากัน พร้อมยกเลิก อบต. คงเหลือเฉพาะเทศบาลจังหวัด เทศบาลอำเภอ เทศบาลตำบล



การปฏิรูปโครงสร้างการปกครองส่วนท้องถิ่นมีแนวโน้มที่อาจจะยกเลิกองค์กรปกครองท้องถิ่นบางองค์กร โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)



แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประชุมหารือพร้อมเชิญตัวแทนกระทรวงมหาดไทย(มท.) เข้าร่วม เพื่อวางแนวทางการยุบโครงสร้างองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ตั้งแต่ อบจ. เพื่อปรับเป็น เทศบาลจังหวัด ส่วนตำแหน่ง นายก อบจ. เปลี่ยนเป็น นายกเทศมนตรีจังหวัด



สำหรับแนวทางในการปฏิรูปโครงสร้างนั้น ให้ยุบเทศบาลเมืองของจังหวัดรวมกับ อบจ. เป็นเทศบาลจังหวัด ซึ่งต่อไปนี้จะมีเพียงเทศบาลจังหวัด เทศบาลอำเภอ เทศบาลตำบล ส่วนองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ให้ยกเลิกไป



สำหรับอำนาจหน้าที่ นายกเทศมนตรีจังหวัด จะไม่ได้มามีส่วนเกี่ยวข้องในการแต่งตั้งโยกย้าย แต่จะเป็นหน้าที่ของ ปลัดสภาจังหวัด โดยสมาชิกจะมาจาก 2 ระบบ คือ มาจากการเลือกตั้ง 50% และแต่งตั้ง 50% ที่มาจาก เทศบาลอำเภอ ตำบล และข้าราชการประจำ



ส่วนข้อเสนอการปฏิรูปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ประกอบด้วย 1.ปฏิรูปท้องถิ่น จากเดิม มี 4 รูปแบบคือ 1.อบต. 2.เทศบาล 3.อบจ. และ 4.รูปแบบพิเศษ กทม.-เมืองพัทยา ให้คงเหลือ 2 รูปแบบ คือ 1.เทศบาล กับ 2.รูปแบบพิเศษ



2.ให้เปลี่ยนแปลงรูปแบบท้องถิ่น อบต.ทั้งหมด เป็นเทศบาลตำบล มีที่ตั้ง 1 ตำบล 1 ท้องถิ่น อบต.ใดที่มีพื้นที่เป็นตำบลเดียวกัน แต่มี 2 อบต. หรือ ตำบลเดียวกัน มีทั้ง อบต.และเทศบาลอยู่ด้วยกัน หรือ ตำบลเดียวกัน มี 2 เทศบาลอยู่ในตำบลเดียวกัน ให้ยุบรวมเป็น 1 เทศบาล ต่อ 1 ตำบล



3.จัดให้เทศบาล มี 3 รูปแบบ คือ 1.เทศบาลตำบล มีที่ตั้ง อยู่ในเขตตำบล นั้น ๆ 2.เทศบาลอำเภอ มีที่ตั้งอยู่ในเขตตำบลที่เป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอ นั้น ๆ 3.เทศบาลจังหวัด มีที่ตั้งอยู่ในเขตตำบลที่เป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัด หรือเขตเทศบาลเมือง หรือเทศบาลนคร เดิม



4.แบ่งระดับชั้น ขนาดของเทศบาลไว้ 3 ระดับ ดังนี้ 1.เทศบาลตำบล มี 3 ขนาด คือ ใหญ่ กลาง เล็ก 2.เทศบาลอำเภอ มี 3 ขนาด คือ ใหญ่ กลาง เล็ก และ 3.เทศบาลจังหวัด มี 3 ขนาด คือ ใหญ่ กลาง เล็ก โดยแบ่งตาม จำนวนหมู่บ้าน พื้นที่ ประชากร พื้นที่เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และแหล่งท่องเที่ยว ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการฯ กำหนด



5. อบจ. หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้เปลี่ยนอำนาจหน้าที่ จากเดิมให้บริการสาธารณะเหมือนท้องถิ่นอื่น เปลี่ยนใหม่ให้เป็นฝ่ายอำนวยการ โดยให้เปลี่ยนชื่อองค์กรใหม่ จัดตั้งเป็น สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด............. มีหน้าที่ เป็นฝ่ายอำนวยการให้กับเทศบาล จัดตั้งแยกงบประมาณเป็นกองทุน จัดสวัสดิการ เงินเดือน ค่าตอบแทน ประโยชน์ตอบแทนอื่น การบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กำกับดูแล ตรวจสอบ รับเรื่องร้องเรียน สอบสวนทางวินัย ฝึกอบรมให้ความรู้ ให้กับข้าราชการท้องถิ่น ในจังหวัดนั้น ๆ และจัดสรรงบประมาณให้กับ เทศบาลตำบล เทศบาลอำเภอ และเทศบาลจังหวัด อย่างเป็นธรรมและเสมอภาค เป็นประจำทุกปี โดยจัดให้มี หัวหน้าสำนักงานมาจากข้าราชการประจำ (อาจมาจาก ปลัดเทศบาลที่มีคุณสมบัติผ่านการสอบคัดเลือกมาก็ได้) เรียกชื่อ ผู้อำนวยการท้องถิ่นจังหวัด.....ไม่มีฝ่ายการเมืองมาทำหน้าที่ ยกเลิกการเลือกตั้งในระดับนี้



6.จัดให้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ทุกระดับโดยตรง ให้เทศบาลตำบล มี รอยนายกฯ ได้ 1 คน เลขานายก 1 คนเทศบาลอำเภอ มีรองนายก 2 คน เลขานายก 1 คน เทศบาลเมือง มีรองนายก 3 คน เลขานายก 1 คน เป็นผู้ช่วยเหลือการปฏิบัติงาน ให้นายกเทศมนตรี มีอัตราเงินเดือนอยู่ที่ขั้นสูงสุดของระดับซีหรือแท่งเงินเดือนของปลัดเทศบาลนั้น ๆ นายกเทศมนตรีอยู่ได้ ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน มีวาระละ 4 ปี



7.สภาเทศบาลตำบล และเทศบาลอำเภอ ให้มาจากจำนวนผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้านในเขตตำบลนั้น ๆ เท่าที่มีอยู่เป็นสมาชิกสภาโดยตำแหน่ง สภาเทศบาลจังหวัด ให้ใช้หัวหน้าชุมชน เป็นสมาชิกสภาเทศบาล มีจำนวน ไม่เกิน 36 คน หากจำนวนชุมชนเกินกว่า 36 ชุมชน ให้เลือกกันเองให้เลือกไม่เกิน 36 คน ตามขนาดของเทศบาลจังหวัด โดยให้สมาชิกสภาเทศบาล ได้รับค่าตอบแทนรายเดือน แต่ไม่น้อยกว่าเงินเดือนขั้นต่ำระดับปริญญาตรี และมีเบี้ยประชุม เป็นรายครั้งที่มีการประชุม ตามระเบียบที่กำหนด



8.จำนวนสมาชิกสภาเทศบาลตำบล ขนาดเล็ก มีจำนวน ไม่เกิน 10 คน ขนาดกลาง ไม่เกิน 12 คน ขนาดใหญ่ ไม่เกิน 16 คน หากจำนวนหมู่บ้านมีเกินกว่าจำนวนสมาชิก จัดให้มีการจับฉลากออกเพื่อสับเปลี่ยนทุก ๆ 2 ปี



9.จำนวนสมาชิกสภาเทศบาลอำเภอ ขนาดเล็ก มีจำนวน ไม่เกิน 12 คน ขนาดกลาง ไม่เกิน 16 คน ขนาดใหญ่ ไม่เกิน 18 คน หากจำนวนหมู่บ้านมีเกินกว่าจำนวนสมาชิก จัดให้มีการจับฉลากออกเพื่อสับเปลี่ยนทุก ๆ 2 ปี



10.จำนวนสมาชิกสภาเทศบาลจังหวัด ขนาดเล็ก มีจำนวน ไม่เกิน 18 คน ขนาดกลาง ไม่เกิน 24 คน ขนาดใหญ่ ไม่เกิน 36 คน หากจำนวนชุมชนมีเกินกว่าจำนวนสมาชิก จัดให้มีการจับฉลากออกเพื่อสับเปลี่ยนทุก ๆ 2 ปี



11.อำนาจการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ให้อยู่ในรูปคณะกรรมการ 3 ฝ่าย คือ 1.ผู้แทนส่วนราชการอื่นจำนวน 6 คน ผู้แทนผู้บริหารท้องถิ่น จำนวน 6 คน ผู้แทนข้าราชการประจำ 6 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง คราวละ 4 ปี โดยให้คณะกรรมการคัดเลือก ผู้ทรงคุณวุฒิ 1 คน ขึ้นเป็นประธาน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี ให้มีการคัดเลือกใหม่ ผู้ทรงคุณวุฒิ จะเป็นประธาน เกิน 2 วาระติดต่อกัน ไม่ได้



12.ไม่เห็นด้วย ที่จะไปเปลี่ยนให้ตำบล มี ผอ.เขต ให้บริหารงานเหมือนกับกรุงเทพมหานคร(กทม.) เพราะบริบท พื้นที่แต่ละแห่งไม่เหมือนกัน พื้นที่ในเมืองหลวงมีความแตกต่างกับพื้นที่ชนบท



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ออกประกาศฉบับที่ 85 และ 86/2557 ให้งดการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นทั่วประเทศ รวมถึงงดการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และ สมาชิกสภาเขต (ส.ข.) เป็นการชั่วคราว และให้ใช้การสรรหาแทน



โดยกำหนดจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนตำบล มีสมาชิกสภาจำนวน 10 คน เทศบาลทุกประเภท มีสมาชิกสภาจำนวน 12 คน และองค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้มีสมาชิกสภาจังหวัดกึ่งหนึ่ง ของจำนวนปัจจุบัน



และให้งดจัดการเลือกตั้ง ส.ก.และ ส.ข. แล้วให้ใช้วิธีการคัดเลือกบุคคลจำนวน 30 คนทำหน้าที่ ส.ก.โดยอย่างน้อย 2 ใน 3 ของจำนวน ส.ก. ต้องเคยเป็นข้าราชการ หรือข้าราชการตั้งแต่ระดับนักบริหารระดับสูง หรือระดับ 10 หรือเทียบเท่า



ซึ่งระหว่างวันที่ 28 พ.ค.-31 ธ.ค.2557 มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ครบวาระทั้งหมด 255 แห่ง โดยแบ่งเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลนคร 2 แห่ง เทศบาลเมือง 8 แห่ง เทศบาลตำบลจำนวน 157 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 86 แห่ง และกรุงเทพมหานครอีก 1 แห่ง



ทันทีที่มีประกาศดังกล่าวออกมา ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาทั้งจากสมาชิกองค์บริหารส่วนท้องถิ่น และนักวิชาการ จนเป็นประเด็นหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้าคสช. ต้องหยิบยกขึ้นมาอธิบายถึงเหตุผลที่ คสช.ต้องออกประกาศ "งดการเลือกตั้งท้องถิ่น" และกำหนดให้มีการสรรหาทดแทนในตำแหน่งที่ว่างลง



และจากประกาศคสช.ดังกล่าว มีการคาดการณ์กันว่าจะไม่มีการเลือกท้องถิ่นไปจนกว่าจะมีรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่



นอกจากนี้ระหว่างที่คณะทำงานด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของคสช.ที่มี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผบ.ทบ.เป็นหัวหน้าคณะ ในขณะนั้น ได้เชิญเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และเจ้าหน้าที่ด้านการเลือกตั้งเข้าไปหารือเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น ทางคณะทำงานของคสช.ได้มีความเห็นว่า น่าจะชะลอการเลือกตั้งท้องถิ่นไปก่อน เพราะหากเลือกตั้งก็จะได้ผู้บริหารที่เป็นฐานเสียงของพรรคการเมืองระดับชาติอีก



รวมถึงหากมีรัฐธรรมนูญและมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งฉบับใหม่ ซึ่งอาจจะกำหนดที่มาของสมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นใหม่ ก็ต้องดำเนินการเพื่อให้ได้สมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นชุดใหม่ตามที่กฎหมายกำหนด จึงอาจจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์

วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จัดสอบ 30 มีนาคม 2557

"กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  จัดสอบ 30 มีนาคม 2557"

ลิงค์: http://iqepi.com/?p=12605 หรือ




จากหนังสือพิมพ์มติชน - การประชุม ก.กลาง ได้รายงานความคืบหน้าในการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น เมื่อสิ้นสุดการรับสมัคร ปรากฎว่ามีผู้สมัครสอบทั้งสิ้น จำนวน 587,874 คน ชำระเงินค่าธรรมเนียมการสอบจำนวน 511,369 คน โดยฝ่ายเลขาฯ รายงานให้ที่ประชุมทราบว่า ในวันที่ 14 มีนาคม จะประกาศวัน-เวลา-สถานที่สอบ ให้ผู้สมัครสอบรับทราบ และจะทำการสอบภาค ก. และ ภาค ข. ในวันที่ 30 มีนาคมนี้

สอบท้องถิ่น

สมัครงาน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น งานราชการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รับสมัคร สอบ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2557 สอบ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 57 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดสอบ